[Review] The Imitation Game

posted on 13 Feb 2015 16:23 by icykiller in Movies directory Entertainment, Diary

 

สวัสดีค่ะ วันนี้มาต่อกับรีวิวหนังออสการ์เรื่องที่สองที่เราไปดูมา 

เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เริ่มเลยยยย

 

** SPOILER ALERT **

 

           

 

The Imitation Game

 

                  เข้าชิงออสการ์ถึง 8 สาขา ได้แก่ Best Picture, Actor in a Leading Role (Benedict Cumberbatch), Actress in a Supporting Role, Directing, Film Editing, Music (Original Score), Production Design, Adapted Screenplay

 

            ต่อเรื่องที่สองกับหนังชีวประวัติของ อลัน ทูริง (Alan Turing) ผู้ที่ไขรหัสของเครื่อง Enigma ได้สำเร็จ ช่วยชีวิตคนหลายล้านคนจากสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง แต่กลับมีความผิดโทษฐานเป็นพวกรักร่วมเพศ

 

            ว่ากันตามตรง เราไม่ค่อยเข้าใจเรื่องรหัส Enigma กับวิธีแก้นักหรอกค่ะเพราะฉะนั้นจะข้ามไป... /อ้าว

 

            เราว่าหนังเรื่องนี้ก็ไม่เชิงเป็นหนังสงครามอีกล่ะ เป็นหนังตีแผ่เรื่องของ Homosexual และ Gender Equality มากกว่า หนังแตะเรื่องสงครามน้อยมาก ส่วนที่เราเห็นผ่านการทำงานของทูริงและคนอื่นๆ ก็ไม่ได้ส่งต่อความกดดันมาถึงคนดูมากเท่าไหร่ ที่ทำให้อินคือชีวิตส่วนตัวของทูริงมากกว่า

 

            หนังเปิดฉากมาด้วยเสียงบรรยายของเบเนดิกต์ คัมเบอร์แบช ตัดตอนมาจากการสอบปากคำ เรื่องเริ่มต้นขึ้นในช่วงที่เขากำลังจะโดนจับข้อหาเป็นพวกรักร่วมเพศ ซึ่งเราชอบวิธีเล่าแบบนี้มากๆ เริ่มได้น่าสนใจและเร้าให้อยากดู

            การเล่าเรื่องของ The Imitation Game ช่วยเพิ่มสีสันให้กับเรื่องเป็นอย่างมาก เพราะถ้าเล่าตามลำดับไทม์ไลน์ปกติก็คงจะน่าเบื่อและเดาง่ายไปหน่อย เราไม่รู้จักอลัน ทูริงมาก่อน การที่หนังเริ่มต้นด้วยชีวิตในช่วงบั้นปลายของทูริงตัดสลับกับช่วงสงคราม สลับไปสลับมา ก่อนจะมาบรรจบกันในช่วงที่ทูริงถูกตำรวจควบคุมตัวมาสอบปากคำและจบด้วยชีวิตบั้นปลายของเขา ทำให้เราได้ปะติดปะต่อเรื่องเองทีละน้อยเลยรู้สึกสนุกและตื่นเต้นตามไปด้วย นอกจากนี้วิธีนี้ยังเป็นการใส่คำถามเกี่ยวกับ Gender Equality ที่ดีมาก สะเทือนใจมากในฉากที่ทูริงถูกสอบปากคำนั่นเอง เรื่องนี้มี quotes ดีๆเยอะมากทั้งช่วงที่อลันบรรยายเกริ่นก่อนเริ่ม ช่วงที่เล่าเรื่องในการสอบปากคำ ชีวิตวัยเด็ก มาจากหลายๆ ตัวละคร อลัน โจน คริสโตเฟอร์ ดีมากๆ ยกตัวอย่างที่เราชอบมาก

 

            “Do you know why people like violence? It is because it feels good. Humans find violence deeply satisfying. But remove the satisfaction, and the act becomes... hollow.”

 

            “When people talk to each other, they never say what they mean. They say something else and you're expected to just know what they mean.”

 

            ทั้งสองอันนี้มาจากพระเอกของเราค่ะ ทำให้เราได้คิดอะไรหลายๆ อย่างเกี่ยวกับสังคมปัจจุบันว่าทำไมบางคนถึงชอบใช้ความรุนแรง และการใส่หน้ากากเข้าหากันในสังคมจอมปลอม

 

            นอกจากนี้ ประเด็นเรื่องรักร่วมเพศในหนังนั้นชัดเจนมากทีเดียว เราชอบความรักของอลันกับคริสโตเฟอร์มา เป็นรักแรกในวัยเด็กที่อลันยังคิดถึงเสมอ เห็นได้จากการที่ตั้งชื่อเครื่องไขรหัสว่าคริสโตเฟอร์ (ซึ่งความจริงไม่ใช่ ในหนังแต่งขึ้น) ฉากที่อลันเขียนจดหมายโค้ดลับเพื่อรอสารภาพรักแต่อีกฝ่ายกลับจากไปแล้วนี่สะเทือนใจมากจริงๆ แต่เศร้าตรงที่คนในโรงหัวเราะตลอดเลยแง้ รู้สึกแป้กเลยเราเศร้าคนเดียว

 

            สำหรับการแสดง เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบช เอาใจไปเลยค่ะ! ชอบมาตั้งแต่เชอร์ล็อคแล้ว หลงรักมาตลอด เรื่องนี้เพราะเห็นว่ามีพี่เบนเลยถึงมาดู เพราะเทรลเลอร์ไม่เคยเห็น เนื้อหาไม่เคยรู้ เห็นเค้าว่าดีกับมีพี่เบน เออ ดูดีกว่า 555 แล้วไม่ผิดหวังเลย เบเนดิกต์แสดงดีมากถึงมากที่สุด อาจจะไม่เหมือนอลัน ทูริงตัวจริง (อ้างอิงจากในกระทู้พันทิป http://pantip.com/topic/33176911) แต่เบเนดิกต์สร้างอลัน ทูริงขึ้นมาในแบบของเขาเอง และตีบทกระจุยในฉากสุดท้ายที่ร้องไห้กับเครื่องคริสโตเฟอร์ พีคมาก จุดนั้นที่นั่งดูนี่อยากให้พี่แกได้ออสการ์เลย เข้าถึงมากจริงๆ

 

            ส่วน เคียร่า ไนท์ลีย์ เราเฉยๆ นะ การแสดงดี บทส่งเธอด้วย คิดว่าโจน คลาร์กตัวจริงไม่ใช่แบบนี้ (เห็นจากกระทู้พันทิปด้านบนอีกเช่นกัน) แต่ก็เพราะความมีเอกลักษณ์ที่แปลกใหม่นี่เองที่ทำให้เธอโดดเด่น พูดถึงผู้หญิงแบบนี้เราก็นึกถึงเคียร่าจริงๆ สรุปเธอก็สร้างโจน คลาร์กในแบบของเธอขึ้นมาเช่นกันซึ่งทำได้ดีในระดับนึง ตัวละครนี้แสดงให้เห็นถึงสถานะของผู้หญิงในสังคมสมัยนั้นด้วยว่าไม่มีสิทธิ์ทัดเทียมผู้ชาย ไม่ว่าจะเก่งแค่ไหนก็ใช้ความสามารถที่มีไม่ได้เพราะข้อจำกัดแค่เรื่องเพศ เรานี่เฟมินิสต์เลยค่ะ

            รู้สึกเริ่มเล่าไม่มีลำดับละ งงตัวเอง555 ขอข้ามไปตอนจบเลยนะคะ ช่วงสุดท้ายของหนังทำได้ดีมาก พีคมากจนเราร้องไห้หนักมาก สิ่งที่เกิดขึ้นกับอลัน ทูริงในช่วงหลังสงครามนั้นน่าเสียใจมาก หลังจากถูกเปิดโปงว่าเป็นพวกรักร่วมเพศ ทูริงก็ถูกบังคับให้เลือกระหว่างจำคุกและกินยาฮอร์โมนสองปี แน่นอนว่าเขาเลือกอย่างหลังเพื่อที่จะทำงานได้และได้พัฒนาเครื่องคริสโตเฟอร์ต่อไป (อิงตามในหนัง) ดูแล้วก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่เป็นเสมือนฮีโร่สงครามคนหนึ่งอย่างเขาต้องพบเรื่องเลวร้ายแบบนี้ เขาช่วยคนมากมายแต่กลับไม่มีใครสนใจเขาซักคน เพียงเพราะเขาแตกต่าง สังคมในยุคนั้นก็ตัดสินแล้วว่าเขามีความผิด แต่ตอนนี้เรากลับต้องขอบคุณเขาด้วยซ้ำ แล้วมันสายเกินไปหรือเปล่า?

            สรุป หนังดีค่ะ ถ้าโอเคกับเรื่องรักร่วมเพศควรไปดู ชอบเบเนดิกต์กับเคียร่ายิ่งห้ามพลาด งานดี หนังตีแผ่เรื่องความเท่าเทียมกันของแต่ละเพศ เรื่องดูสนุกที่สุดในสามเรื่องที่เราดู แต่ถ้าชอบแนวสงครามที่กดดันมากๆ อาจจะไม่ถูกใจนัก